5 ขั้นตอนก้าวเป็นเศรษฐีในวัยเกษียณ

06/05/2019 BanThongGold 58 views

5 ขั้นตอนก้าวเป็นเศรษฐีในวัยเกษียณ

“วัยเกษียณ” เป็นช่วงเวลาที่หลายคนเกรงกลัวเมื่อวันนั้นมาถึง เพราะถึงแม้ว่าเราจะได้หยุดพักทำงานจากการตรากตรำทำงานหนักมาตลอด 30 กว่าปี แต่เราก็ยังอดกังวลไม่ได้ว่า “เราจะมีเงินใช้เพียงพอหลังเกษียณไหม?” ในวันที่เราไม่มีรายได้จากการทำงานอีกต่อไป (แต่ก็ไม่จำเป็นว่าจะต้องหยุดทำงานทุกคนเสมอไป สำหรับบางคนที่อาจจะยังมีแรงและมีเป้าหมายอยากจะทำอะไรอย่างอื่นต่อ ซึ่งเป็นการทำด้วยความเต็มใจ ไม่ใช่ “ต้องทำ” เพราะจำเป็นต้องหารายได้เพิ่มเติม) เพราะไหนจะค่ากินอยู่อีกตลอดหลายสิบปีแล้ว ยังอาจมีความเสี่ยงในเรื่องของสุขภาพ ในเรื่องค่ารักษาพยาบาลอื่นๆอีก แล้วแบบนี้เราควรจะทำยังไง เพื่อให้เราแน่ใจว่า จะมีเงินพอใช้หลังเกษียณ และมีชีวิตในวัยเกษียณที่สุขสบายอย่างที่เราต้องการกันดี?

แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะ 5 ขั้นตอนต่อไปนี้จะช่วยให้คุณแน่ใจว่า
คุณจะมีโอกาสเป็นเศรษฐีในวัยเกษียณได้อย่างแน่นอน!

1. เริ่มต้นสร้างวินัยในการออม ด้วยการออมก่อนใช้ ไม่สร้างหนี้ที่ไม่จำเป็น
เราจะไม่มีวันเป็นเศรษฐีได้เลย ถ้าหากเรายังไม่มีพื้นฐานทางการเงินที่ดี คือ รู้จักหา-รู้จักเก็บ-รู้จักใช้ โดยแทนที่เราจะออมจากเงินที่เหลือจากการใช้จ่าย ให้เราเปลี่ยนเป็นเริ่มจากสมการการออมที่ว่า “รายได้ – เงินออม = รายจ่าย” คือทำงานหาเงินได้เมื่อไหร่ ให้ตัดออมไว้ก่อนเลย (Pay Yourself first) เหลือเท่าไหร่ ค่อยใช้เท่านั้น เพื่อให้เราแน่ใจว่า ในแต่ละเดือน เราจะสามารถออมเงินได้แน่ๆอย่างอัตโนมัติ ส่วนเรื่องการใช้จ่าย ก็ให้ระวังว่า อย่าใช้จ่ายเกินตัวจนไปก่อหนี้ที่ไม่จำเป็น เช่น หนี้บัตรเครดิต หรือสินเชื่อส่วนบุคคล เพราะต่อให้เราออมได้มากขนาดไหน แต่ถ้าเรายังมีหนี้ล้นพ้นตัว เราก็ต้องนำเงินออมของเราไปใช้หนี้อยู่ดี เพราะฉะนั้น พยายามมีวินัยกับตัวเอง ทั้งในเรื่องการออม และการใช้จ่าย จึงจะดีที่สุด

2. ประเมินหาเงินเกษียณที่คิดว่าจะเพียงพอ
วิธีการประเมินก็คือ 1) ให้วางแผนก่อนว่า หลังเกษียณ เราจะใช้เงินประมาณเดือนละเท่าไหร่ถึงจะเพียงพอกับไลฟ์สไตล์ที่เราต้องการ เช่น เดือนละ 20,000 บาท หลังจากนั้น 2) ปรับเงินที่ต้องใช้กับอัตราเงินเงินเฟ้อ โดยประมาณการจากสูตรที่ว่า “เงินเฟ้อเฉลี่ย 3.5% จะทำให้ราคาสิ่งของแพงขึ้นประมาณ 2 เท่า ทุกๆ 20 ปี” นั้นก็แปลว่า ถ้าเราจะเกษียณอีก 20 ปีข้างหน้า เราจะเตรียมเงินเพิ่มขึ้น 2 เท่าเป็นเดือนละ 40,000 บาท หรือปีละ 480,000 บาท เพื่อให้คุณภาพชีวิตเท่าเดิม (ถ้ามากกว่า หรือน้อยกว่า 20 ปี ก็ให้คำนวณคร่าวๆโดยเทียบบัญญัติไตรยางค์ หาจำนวนเท่าเอา) 3) ให้นำเงินที่ต้องใช้ในแต่ละปี คูณจำนวนปีที่คาดว่าจะมีชีวิตอยู่ต่อหลังเกษียณ เช่น ถ้าเราเกษียณตอนอายุ 60 และเราคาดว่าจะอยู่จนถึงอายุ 80 (มีชีวิตอยู่ต่อหลังเกษียณ 20 ปี) เราก็ต้องเตรียมเงินทั้งหมดเป็นจำนวน 480,000 x 20 = 9,600,000 บาท นั่นเอง

3. คำนวณหา เงินที่ต้องออมในแต่ละปี เพื่อให้ได้จำนวนเงินเกษียณที่ต้องการ
ขั้นตอนนี้เราต้องใช้เครื่องคิดเลขทางการเงินเข้าช่วย เพื่อให้ได้จำนวนเงินที่เราต้องใช้เมื่อยามเกษียณได้ชัดเจนมากขึ้น โดยเราจะใช้เครื่องมือง่ายๆเพื่อใช้ในการคำนวณที่ชื่อว่า “Plan For Retirement” จากเว็บไซต์ Krungsri Plan Your Money กัน

Step 1 เลือกช่วงอายุ
โดยแบ่งเป็น 3 ช่วงดังนี้ 1)อายุในปัจจุบัน 2)อายุที่จะเกษียณ 3)ระยะเวลาหลังเกษียณ

Step 2 จะลงลึกในรายละเอียดการวางแผนการเงินของเรา
โดยแบ่งเป็น 2 ช่วงนั่นคือ 1)ช่วงอายุในปัจจุบัน ให้เราเลือกระดับความเสี่ยงการลงทุนที่รับได้ 2)ช่วงหลังเกษียณ ประกอบด้วยจำนวนเงินต่อเดือนที่เราอยากใช้หลังเกษียณ และระดับความเสี่ยงการลงทุนที่เรารับได้ในวัยเกษียณ โดยระดับความเสี่ยงทั้ง 2 ช่วงนั้น มีอัตราผลตอบแทนโดยประมาณให้เราได้ดูง่ายๆด้วย ซึ่งในการคำนวณนี้จะคิดเผื่ออัตราเงินเฟ้อที่ 3% ต่อปี ไว้ให้แล้ว จากนั้นกรอกผลตอบแทนจากการลงทุนที่คาดว่าจะได้รับเมื่อเกษียณ

Step 3 เป็นส่วนที่สรุป ส่วนนี้จะบอกว่า เราจะต้องมีเงินหลังจากเกษียณเท่าไหร่และออมเงินต่อเดือนเท่าไหร่ เพื่อให้ถึงเป้าหมาย ซึ่งถ้าเรามีระยะเวลาในการออมหรือการลงทุนที่ยาวนานขึ้น (จำนวนปีก่อนเกษียณยาวขึ้น) ภาระในการออมในแต่ละปีของเราจะลดลง ทำให้เราออมหรือลงทุนได้สบายมากขึ้น จึงเป็นที่มาของคำว่า “ออมก่อน รวยกว่า” นั่นเอง

4. เลือกออมแบบมีข้อกำหนดในการถอนเงิน และได้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี
เนื่องจากการออมเพื่อเกษียณต้องอาศัยระยะเวลาอย่างยาวนานเป็นจำนวนหลักสิบปี ด้วยระยะเวลาที่ยาวนานขนาดนั้น บางครั้งก็อาจทำให้เราท้อใจ หยุดออม หยุดลงทุนไปกลางทาง หรืออาจจะมีเหตุทำให้เราต้องใช้เงินก้อนใหญ่ ทำให้เราต้องไปถอนเงินจากเงินที่เรากำลังสะสมอยู่มาใช้ เราจึงเก็บเงินเพื่อการเกษียณไม่สำเร็จสักที ดังนั้น เพื่อป้องกันเรื่องดังกล่าว เราจึงควรออมหรือลงทุนในเครื่องมือเชิงบังคับให้เราเก็บเงิน และมีสภาพคล่องในการถอนเงินออกมาต่ำ (ถอนไม่ได้ หรือถ้าถอนออกมาต้องเสียค่าปรับ หรือมูลค่าลดลง) เช่น ถ้าสำหรับคนที่ทำงานประจำ หรืออยู่ในหน่วยงานราชการ ก็จะมี “กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” (Provident Fund) หรือ “กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)” ซึ่งเป็นเครื่องมือการออมที่จะตัดจากเงินเดือนของเราอัตโนมัติ โดยมีนายจ้าง หรือรัฐบาลเป็นคนช่วยจ่ายเงินสมทบอีกด้วย นอกจากนี้ ก็ยังมีเครื่องมือการออมเชิงบังคับอื่นๆ ที่เราสามารถหาได้เอง เช่น ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ หรือประกันชีวิตแบบบำนาญ รวมถึงการลงทุนใน LTF และ RMF ทีให้ผลตอบแทนสูง (สำหรับกองที่ลงทุนในหุ้น) ที่สำคัญ นอกจากเครื่องมือเหล่านี้จะช่วยสร้างวินัยการออมให้เราแล้ว เรายังได้สิทธิพิเศษในการนำไปลดหย่อนภาษี ทำให้เสียภาษีน้อยลง หรือมีเงินคืนได้อีกด้วย เรียกว่าได้ประโยชน์ 2 ต่อเลยทีเดียว

5. กระจายการออมในหลายสินทรัพย์ ทั้งที่มีความเสี่ยงต่ำ และเสี่ยงสูงบ้าง เพื่อลดความเสี่ยง และได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้น
ในเรื่องของการออมหรือการลงทุน สำหรับผู้ที่ไม่มีความรู้หรือทักษะการลงทุนที่สูงมากนัก การไปออมหรือลงทุนในเครื่องมือใดเครื่องมือหนึ่งเพียงอย่างเดียว อาจจะทำให้เรามีความเสี่ยงสูงเกินไป เช่น ถ้าเราซื้อแต่เฉพาะ LTF หรือ RMF ที่ลงทุนในหุ้น หากเกิดภาวะที่ตลาดหุ้นตกอย่างหนักพอดี ในช่วงเวลาที่เราใกล้จะเกษียณ ก็อาจทำให้มูลเงินลงทุนที่เราสะสมมา ลดหายลงไปเกือบครึ่งก็เป็นได้ แต่ในทางตรงกันข้าม ถ้าหากเราเลือกที่จะออมแต่ในเครื่องมือที่ปลอดภัย อย่างเงินฝาก หรือประกันชีวิต ที่มีความเสี่ยงต่ำ ให้ผลตอบแทนที่ไม่สูง ก็อาจจะทำให้เงินออมของเราไม่เติบโตได้มากพอที่จะถึงเงินเป้าหมายเกษียณที่เรากำหนดได้ เราจึงควรออมหรือลงทุน ในเครื่องมือทางการเงินที่หลากหลาย เลือกออมโดยใช้ทั้งประกันชีวิต LTF และ RMF (ใน RMF ก็เลือกลงทุนทั้งที่เป็นกองที่ลงทุนในหุ้น ตราสารหนี้ อสังหาริมทรัพย์ ทั้งในไทย และต่างประเทศ กระจายกันออกไป) เพื่อกระจายความเสี่ยงดังกล่าวออกไป (หากตัวใดตัวหนึ่งแย่ ยังมีตัวอื่นๆที่ยังดีอยู่) เพื่อให้แน่ใจว่า ในวันที่เราเกษียณ เราจะมีเงินออมจากหลายๆแหล่ง ไว้เป็นรายได้ให้กับเราหลังเกษียณได้อย่างแน่นอน

เห็นไหมล่ะว่า การเตรียมตัวออมเงินเพื่อการเกษียณ ไม่ได้ยากเกินเอื้อมอย่างที่คิด เพียงแค่เรารู้จักวิธีการคำนวณเล็กน้อย เลือกใช้เครื่องมือการออมเชิงบังคับที่หลากหลาย และมีการวางแผนเกษียณตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อให้มีระยะเวลาการออมที่นานพอ ใครก็สามารถเป็นเศรษฐีในวัยเกษียณให้เราเกษียณรวยได้อย่างมีความสุขกันได้ทุกคน รู้แล้วก็มาเริ่มลงมือวางแผนเก็บเงินเพื่อวัยเกษียณกันตั้งแต่วันนี้กันเลยเถอะ!

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก By krungsri

ขอบคุณครับ.
บ้านทอง ทองแท้เยาวราช ( BanThongGold )

Tags :
แสดงความคิดเห็น